Home สาระน่ารู้ วิธีแก้อาการขับรถแล้วปวดหลัง ปวดไหล่ พร้อมวิธีบริหารร่างกายง่ายๆ

วิธีแก้อาการขับรถแล้วปวดหลัง ปวดไหล่ พร้อมวิธีบริหารร่างกายง่ายๆ

16
แก้ปวดหลัง

จริงๆช่วงเวลาของมนุษย์นักขับ ควรจะเป็นเวลาที่มีความสุขเมื่อได้อยู่บนท้องถนนกับรถยนต์คันโปรด ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางในเมืองหรือถนนเส้นยาวในต่างจังหวัด แต่หลายคนกลับต้องเจอเรื่องน่าหงุดหงิดใจคล้ายๆกันคือ อาการปวดหลัง ปวดไหล่ เมื่อยเเขน เพราะฉะนั้น จงระวังหลังของคุณให้ดี!

ขับรถ

อาการปวดหลังระหว่างขับรถ เกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณแผ่นหลังเป็นเวลานานในท่าเดิม แม้บนเก้าอี้ที่ถูกออกแบบมาสําหรับสรีระในการนั่งขับขี่ ส่วนโค้งของหลังส่วนเอวจะโค้งกลับทิศขณะนั่ง กล้ามเนื้อบ่าและไหล่ที่ต้องถูกเกร็งขึ้นเพื่อจับพวงมาลัยตลอดเวลา ประกอบกับการเพ่งมองไปข้างหน้าทําให้สายตาเกิดความเมื่อยล้า ทําให้เกิดความเครียด ส่งผลต่ออาการเกร็งของกล้ามเนื้อ เส้นประสาทต่างๆกับแรงกระทําต่อร่างกาย จากความเร่งในการเคลื่อนที่ แรงเหวี่ยง หรือแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนน และยังต้องใช้เท้าเหยียบเบรค และคันเร่งที่จะสามารถใช้ในการช่วยทรงตัวเหมือนเวลานังเก้าอี้ปกติได้ นั่นยิ่งทําให้กล้ามเนื้อหลังถูกใช้งานมากขึ้น ลองทําตามวิธีแนะนําเบื้องต้นเหล่านี้ เพื่อบรรเทาอาการปวดหลังระหว่างขับรถ ให้ระหว่างทางที่จะไปถึงที่หมายไม่น่าหงุดหงิดใจมากนักค่ะ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ขับรถ   พักสายตา

วิธีแก้อาการปวดหลัง ปวดไหล่

1. นั่งให้พอดีกับตัวคนขับในช่วงขา ทั้งระยะใกล้ไกลจากพวงมาลัยให้พอดีกับช่วงแขน ความสูงต่ำของเบาะ ความเอียงของเบาะพิงหลัง กระจกส่องข้างและกระจกมองหลัง เพื่อให้อยู่ในระยะที่สายตามองเห็นได้โดยไม่ต้องขยับศีระษะหรือโยกตัว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ขับรถ

2. หลังการขับอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 2 ชั่วโมง ควรพักสายตา เดินลงไปยืดเส้นสาย เดินไปมา หรือหากไม่สามารถทำได้ ก็ควรยืดตัว เอนหลังบ่อยๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อได้เคลื่อนไหวบ้าง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

3. เคล็ดลับเหล่านี้อาจช่วยคุณได้ในเบื้องต้น แต่การป้องกันที่ดี คือการออกกําลังกายที่สม่ำเสมอ จะช่วยให้กล้ามเนื้อหลังได้ยืดหยุ่น ผ่อนคลาย เคลื่อนไหวได้อย่างไม่เครียดเกร็ง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง



5 วิธีบริหารร่างกายง่ายๆ ช่วยยืดกล้ามเนื้อแก้อาการเมื่อยล้า ขณะนั่งอยู่หลังพวงมาลัย

5 ท่ายืดกล้ามเนื้อ

ท่าที่ 1 ท่ากล้ามเนื้อหลังแขนท่อนล่าง คว่ำแขนเหยียดศอกให้สุด กระดกข้อมือขึ้นลง ใช้มืออีกข้างดันมือเข้าหาลำตัวAdvertisement

ท่าที่ 2 ท่ายืดกล้ามเนื้อต้นคอ หันศีรษะลงตรงๆ ใช้มือสองข้างประสานไว้กับหลังศีรษะ ใช้แรงกดลงเบาๆ

ท่าที่ 3 ท่ายืดท้องแขน ยกแขนขึ้นงอข้อศอกไปด้านหลัง จากนั้นใช้แขนฝั่งตรงข้ามผลักข้อศอกไปด้านหลัง

ท่าที่ 4 ท่ายืดกล้ามเนื้อสะบัก เหยียดแขนไขว้ไปฝั่งตรงข้าม ใช้แขนอีกข้างงอศอกล็อคและออกแรงดึงไปฝั่งตรงข้าม

ท่าที่ 5 ท่ายืดกล้ามเนื้อบ่า เอียงศีรษะไปด้านข้างใช้มือข้างเดียวกับที่เอียงไปช่วยดึงศีรษะไป มืออีกข้างจับขอบเก้าอี้

จากคำแนะนำ 5 ท่าเบื้องต้นให้คุณผู้อ่านได้เห็นถึงวิธีการผ่อนคลายกล้ามเนื้อขณะขับรถแล้ว อย่าลืมว่า การนั่งขับรถให้ถูกวิธีก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในการช่วยให้การขับขี่ของคุณสบาย และยังสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ขับขี่ปลอดภัยยิ่งขึ้นอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล : Health-th
เรียบเรียง : ไทยมุง Thaimung