Home สาระน่ารู้ วิธีซ่อมพัดลม “ไม่หมุน-หมุนช้า” ง่ายๆด้วยตัวเอง ใช้งบแค่ 20 บาท

วิธีซ่อมพัดลม “ไม่หมุน-หมุนช้า” ง่ายๆด้วยตัวเอง ใช้งบแค่ 20 บาท

299

ไม่ว่าฤดูไหนๆก็ตาม เชื่อได้เลยว่าทุกบ้านก็มีพัดลมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้เป็นประจำ และเมื่อพัดลมถูกใช้งานไปนานๆ ก็มักจะเกิดอาการหมุนช้า หรือไม่ยอมหมุนทั้งๆ ที่เสียบปลั๊กและเปิดสวิตซ์แล้ว หากนำไปให้ช่างซ่อม ก็คงจะเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองไม่น้อย คงจะดีทีเดียวหากเราสามารถซ่อมพัดลมที่ติดๆ ดับๆ ได้ด้วยตัวเอง วันนี้จึงมีขั้นตอนการซ่อมพัดลมไม่หมุน หมุนช้าหรือหมุนไม่สม่ำเสมอ มาฝากกัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พัดลม พัดลมพัง

อาการเสียที่ว่าเกิดจากตัว Capacitor ที่ทำงานร่วมกับ Motor ของพัดลมครับ Capacitor หรือที่เรียกว่าตัว C  หรือบางคนเรียกตัว CAP ครับ  จริงๆ อาการพัดลมหมุนช้า ไม่หมุน    โดยมากเกิดได้จาก 2 สาเหตุ  ก็คือ Motor เสีย  และตัว Capacitor ค่ามันเสื่อมหรือเสียนั่นแหละครับ    ซึ่งโอกาสที่จะเสียมากที่สุดก็เป็นเจ้าตัว C นี่แหละครับ ส่วนอาการอื่นๆ ที่อาจจะเกิดตัว C เสียได้อีกก็คือ  พัดลมไม่หมุน   หรือ ต้อง Start ด้วยมือก่อนถึงจะทำงาน หรือ ทำงานไปซักพักก็ค่อยๆ หยุด  จับตัว C เปลี่ยนได้เลยเช่นกัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรจะตรวจเช็คดูก่อนนะครับว่าแกนหมุนไม่ได้ฝืดมาก  อันนั้นเกิดจากไม่ค่อยได้ถอดมาล้างทำความสะอาด เป่า ปัด ฝุ่นบริเวณมอเตอร์เลย  ซึ่งควรทำเป็นประจำครับ 2-3 เดือนซักครั้งนึงหากเราใช้งานทุกวัน

เครื่องมือที่ใช้ก็มี

1. ไขควงแฉก
2. คีมตัดหรือ Cutter ก็ได้
3. หัวแร้ง
4. ตะกั่วบัดกลี
5. ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือตัว C หรือตัว CAP นั่นแหละครับ
6. ส่วน Meter วัดไฟจะมีหรือไม่มีก็ได้ครับ  ไม่ค่อยจำเป็นผมเอามาเช็คเพื่อให้เห็นว่าตัวที่เสียเกิดจากตัว C  ครับ

นี่ครับตัว C  ราคา 20 บาท  ซื้อได้ที่ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป ส่วนจะรู้ได้อย่างไรว่าใช้ค่าแบบไหนสำหรับตัวที่เราจะซ่อม ก็ต้องถอดพัดลมมาดูก่อนครับ  ซึ่งโดยทั่วๆ ไป (เกือบทุกยี่ห้อทุกรุ่น)  ก็จะใช้ค่า  1.5uF(Micro Farad)  400V  แต่เพื่อชัวร์ก็ควรจะถอดรื้อดูก่อนครับ  หรือเอาตัวอย่างไปถามที่ร้านขายได้เลย  บอกคนขายว่า C พัดลมครับ

1.ขั้นตอนแรกก็ถอด ๆ 

ก่อนที่จะถอดอย่าลืมดึงปลั๊กก่อนนะครับ  อันนี้สำคัญมากๆ ทุกยี่ห้อของพัดลมเจ้าตัว C จะอยู่ติดกับ Motor ครับ  เพราะหากลากสายยาวไป  สายที่เพิ่มขึ้นก็อาจจะทำให้ค่า C เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้  เพราะฉะนั้นบริษัทผู้ผลิตก็จะเอาไว้ติดกับ Motor ครับ โดยจะมีน๊อต 2 ตัว  ต้องถอดน๊อตตัวบนก่อน  จากนั้นก็ถอดตัวที่ท้ายครับ

หลังจากนั้นก็จะได้หน้าตาแบบนี้ครับ  ตัว C ก็คือที่ลูกศรชี้ไว้นั่นแหละครับ   ขันน๊อตตัดสายออกมาได้เลย  ไม่มีขั้วครับ  ตอนต่อกลับต่อยังไงก็ได้

เอามาตรวจวัดให้ดูครับ  ค่าที่ได้ของตัวนี้คือ 0.444 uF ซึ่งค่าปกติจะเป็น 1.5 uF เสียแน่นอน ซึ่งถ้าค่าน้อยกว่านี้อาจจะทำให้พัดลมไม่หมุนเลยก็ได้ *** ค่าที่โชว์ในรูปคือ  444.2 nF  (Nano Farad)  ซึ่งก็เท่ากับ   0.4442 uF  (Micro Farad)   ซึ่งก็คล้ายๆ กับ  1000 มิลลิกรัม  เท่ากับ 1 ครับ  1000 เท่ากับ 1 กิโลกรัม นั่นแหละครับ ซึ่งจริงๆ ค่าพวกนี้มันแบ่งย่อยได้ลงไปอีก มิลลิ —> ไมโคร —> นาโน —> พิโก้   ใครเรียนมาทางสายวิทย์อาจจะคุ้นเคย ****

มาดูพระเอกของเราครับ ค่าที่วัดได้คือ …. 1.543 uF ครับ

จากนั้นก็ปอกสายไฟตรงปลายเพื่อบัดกลีครับ  ต้องระมัดระวังไม่ไปทำให้ส่วนอื่นๆ ของพัดลมเสียหายนะครับ  เพราะขดลวด motor จะเล็กมากๆ ขาดเอาได้ง่าย จริงๆ ขั้นตอนนี้ใครไม่มี หัวแร้ง ตะกั่ว ก็สามารถใช้วิธีการพันสายไฟได้ครับ  เพียงแต่ต้องพันเข้ากันให้แน่นหนาที่สุด  และหลังจากนั้นต้องพันด้วยเทปพันสายไฟอีกครั้ง อันนี้จำเป็นมากๆ นะครับไม่งั้นไฟช๊อตเอาได้

เสร็จแล้วก็จัดเก็บตำแหน่งครับ  ขันน็อตยึดตัว C  หรือหากตัวใหม่ที่ซื้อมาไม่มีขาสำหรับยึดน็อต เหมือนที่ผมซื้อมาก็ใช้กาวสองหน้าได้ครับ จากนั้นก็ใส่ฝาครอบคืนตำแหน่ง ใส่ขาที่สำหรับดึงให้พัดลมส่าย คืนตำแหน่งครับ

จากนั้นเป็นอันเรียบร้อยครับ ซ่อมพัดลมด้วยงบประมาณ 20 บาท หากยกไปหาช่างก็ประมาณ 100-150 บาท สำหรับใครที่เปลี่ยนตัว C ไปแล้วพัดลมยังไม่หมุน (ส่วนคนที่หมุนช้านี่กลับมาปกติแน่นอน) อาการเสียเป็นที่ Motor ค่อนข้างแน่ (ควรแกะฝาล่างดูว่าสายไฟขาดหรือเปล่าก่อนนะ  ต้องระมัดระวังหน่อยนะครับ) อาการ Motor เสียค่าซ่อมประมาณ 200-300 บาท ซึ่งดูเหมือนจะไม่ค่อยคุ้มสำหรับคนที่มีพัดลมตัวเล็ก ๆ ราคา 300-500 บาท ลองซ่อมดูได้ครับ สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องพัดลม อากาศร้อนๆ ได้รับลมเย็นๆ จะได้ใจเย็นๆ อารมณ์ดีๆ กันครับ

ข้อมูล : สมาชิกเว็บไซต์พันทิป Control.,พัชรพร นาคประดิษฐ์
เรียบเรียง : ไทยมุง Thaimung